LOGIN

อีเมล์
รหัสผ่าน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
ทีมอาจารย์ของสถาบัน

     ลิงค์โรงเรียนต่างๆ
ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือติดตามต่อแบบละเอียดใน facebook : Topgenius Academic Center



คณะต่างๆ เรียนคณะนี้ สาขานี้ จบแล้วทำงานอะไร มหาวิทยาลัยมีคณะอะไรบ้าง

เป็นคำค้นหาที่มีการค้นเจอถึง 1 ล้านกว่ารายการ “มหาวิทยาลัยมีคณะอะไรบ้าง?” แถมด้วย “เรียนคณะนี้ สาขานี้ จบแล้วทำงานอะไร” ซึ่งสำหรับคำตอบนั้นต้องบอกว่า ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะเปิดสอนไม่เหมือนกัน รวมถึงมีใช้ชื่อคณะไม่เหมือนกันทั้งนี้ขึ้นกับความพร้อม และความต้องการของตลาดแรงงาน ในช่วงเวลานั้นๆ ด้วย

มหาวิทยาลัยมีคณะอะไรบ้าง

แม้ว่าในแต่ละมหาวิทยาลัยจะเปิดสอนไม่เหมือนกัน มีชื่อคณะ สาขาที่แตกต่างกัน เราก็พอจะจำแนกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้

สายไหน อยู่คณะอะไร ? ในมหาวิทยาลัย

1. สายวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์

2. สายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ , คณะเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ , คณะสัตวแพทยศาสตร์ , คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา , คณะจิตวิทยา

3. สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ , คณะทันตแพทยศาสตร์ , คณะพยาบาลศาสตร์ , คณะเภสัชศาสตร์ , คณะสหเวชศาสตร์/เทคนิคการแพทย์/กายภาพบำบัด/รังสีเทคนิค

4. สายบริหาร
คณะบัญชี/บริหาร/การตลาด/การจัดการ , คณะเศรษฐศาสตร์

5. สายภาษาศาสตร์
คณะศิลปศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์

6. สายสังคม
คณะนิติศาสตร์ , คณะรัฐศาสตร์ , คณะโบราณคดี , คณะสังคมสงเคราะห์ , คณะสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ คณะวารสาศาสตร์

7. สายทางการศึกษา
คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

8. สายศิลปะ
คณะสถาปัตยกรรม , คณะจิตรกรรม , คณะวิจิตรศิลป์ , คณะมัณฑณศิลป์ , คณะปะติมากรรม , คณะศิลปกรรมศาสตร์

รายละเอียด ข้อมูล มหาวิทยาลัยต่างๆ campus.campus-star.com/academy

เรียนคณะนี้ สาขานี้ จบแล้วทำงานอะไร มหาวิทยาลัยมีคณะอะไรบ้าง

เรียนคณะนี้ สาขานี้ จบแล้วทำงานอะไร

มีการเปิดเผยว่า เทรนด์การศึกษาในปีการศึกษา 2561 นั้น ผู้ปกครองยังคงมีอิทธิพลต่อการเลือกเรียนของนักเรียนอยู่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังมีค่านิยมให้ลูกๆ เลือกเรียนในคณะ/สาขาวิชาที่มีงานทำแน่นอนและที่สำคัญต้องเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีอีกด้วย

คณะบริหารธุรกิจ

เรียนจบแล้วทำงานเป็น นักธุรกิจ นักเล่นหุ้น นายธนาคาร พนักงานบัญชี นักการตลาด เจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่การเงิน ผู้จัดการ CEO เจ้าของกิจการ นักบริหาร อาจารย์และนักวิชาการด้านบริหารธุรกิจ ที่ปรึกษาด้านลอจิสติกส์ ผู้บริหารระบบสารสนเทศ

คณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และสื่อสาร

ทำงานในวงการบันเทิง สถานีโทรทัศน์ และภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ กองบรรณาธิการหนังสือ นิตยสาร เว็บไซต์ นักประชาสัมพันธ์ ครีเอทีฟโฆษณา กราฟฟิคดีไซเนอร์ โมเดลลิ่ง ช่างภาพ ดีเจ วีเจ นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์ เป็นต้น

คณะธุรกิจการบิน

นักบิน แอร์โฮสเตส พนักงานตามสายการบิน แอร์กราวด์ พนักงานหอบังคับการบิน เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ นักซ่อมบำรุง ธุรกิจอาหารของสายการบิน ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ ธุรกิจการท่องเที่ยว

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม

พนักงานออกบัตรโดยสาร พนักงานบริษัทท่องเที่ยว ไกด์ รีเซปชั่น ล่าม ผู้ประกอบการทัวร์ พนักงานต้อนรับ ผู้จัดการห้องอาหาร

นักเขียนโปรแกรม

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศฯ

นักเขียนโปรแกรม ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ระบบ ฝ่ายขายซอฟแวร์ นักพัฒนา นักวิเคราะห์ธุรกิจ อาชีพที่มีการผสมผสานวิทยาทางการคอมฯ

คณะวิศวกรรมศาสตร์

ทำงานเป็นวิศวกรในสาขาต่างๆ เช่น วิศวกรคอมพิวเตอร์ วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ วิศวกรเคมี วิศวกรระบบ วิศวกรโยธา วิศวกรอากาศยาน เป็นต้น อาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการ นักวิจัย พนักงานบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทคอมพิวเตอร์ บริษัทรถยนต์ บริษัทน้ำมัน เป็นต้น

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

เป็นสถาปนิก นักออกแบบตกแต่งภายใน นักออกแบบอิสระ นักออกแบบโฆษณาและสื่อสิ่งพิมพ์ หน่วยงานราชการ นักออกแบบและอนุรักษ์ภูมิสถาปัตยกรรม อาจารย์ วงการบันเทิง

คณะอักษรศาสตร์

นักเขียน นักเขียนบทละคร นักวิจารณ์ บรรณาธิการ นักแปล อาจารย์สอนภาษา นักวิชาการ นักประชาสัมพันธ์ เลขานุการ แอร์โฮสเตส ล่าม มัคคุเทศก์ ทำงานด้านโรงแรม พนักงานในบริษัทต่างประเทศ ข้าราชการ อาชีพอื่นๆ ที่ต้องอาศัยความสามารถทางการติดต่อสื่อสาร

คณะดุริยางค์ฯ-นาฏศิลป์

ครูสอนดนตรี ครูสอนนาฏศิลป์ โปรดิวเซอร์ ซาวน์เอ็นจิเนีย นักแต่งเพลง นักดนตร ีรับราชการตามกรมศิลปากร ดุริยางค์ทหาร

คณะจิตวิทยา

นักจิตวิทยาคลินิก เจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรมนุษย์ นักวางแผนในองค์กร นักการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ นักพูด นักเขียน ครู อาจารย์ นักวิจัย นักวิเคราะห์

เกี่ยวกับแพทย์ สุขภาพ

ศิลปิน ดารา เรียนจบหมอ สวยหล่อแล้วยังเก่งระดับเทพ

ศิลปิน ดารา เรียนจบหมอ สวยหล่อแล้วยังเก่งระดับเทพ

คณะแพทยศาสตร์

ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคำว่า “หมอ” ทั้งหมอทั่วไป กุมารแพทย์ ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์ จิตแพทย์ เป็นต้น

คณะทันตแพทยศาสตร์

หมอฟัน อาจารย์ในมหาวิทยาลัย นักวิชาการหรือนักวิจัย บริษัทที่เกี่ยวกับทันตสุขภาพเช่น ออรัลบี คอลเกต ลิสเตอรีน ฯลฯ

คณะเภสัชศาสตร์

เภสัชกรอุตสาหกรรม เภสัชกรการตลาด เภสัชกรตามร้านต่างๆทั้งร้านขายยาในชุมชน และในห้างสรรพสินค้า คลีนิคและโรงพยาบาล เซลล์ขายยา คิดค้นสูตรเครื่องสำอาง

คณะพยาบาล

พยาบาล บุรุษพยาบาล นักบำบัด

คณะสหเวชศาสตร์

นักบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ นักรังสีเทคนิค นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด

คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา

เทรนเนอร์ โค้ช ครูสอนพละศึกษา นักกีฬา นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักเวชศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการกีฬา นักจิตวิทยาการกีฬา ผู้จัดการทีมกีฬา นักข่าวกีฬา นักจัดอีเวนท์

คณะสัตวแพทยศาสตร์

หมอรักษาสัตว์ ทำงานในฟาร์มสัตว์ โรงงานอาหารสำหรับสัตว์ ห้องปฏิบัติการต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์

คณะศิลปกรรมศาสตร์

เว็บดีไซเนอร์ แฟชั่นดีไซเนอร์ นักออกแบบต่างๆ ดารา นักร้อง ศิลปิน ผู้กำกับการแสดง ผู้กำกับละครเวที ครูศิลปะ

คณะครุศาสตร์

ครู นักวิชาการการศึกษา วิทยากร นักพูด

คณะรัฐศาสตร์

ส่วนใหญ่รับราชการ นักการฑูต เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานระหว่างประเทศ ล่าม นักการเมือง เจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคล (HR) เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน  เลขา

คณะวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ ครู อาจารย์ นักวิจัย อาชีพจะแตกแขนงออกไป ตามสาขาที่เรียน เช่น โปรแกรมเมอร์ ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ในบริษัทปิโตรเคมีต่างๆ

คณะมนุษยศาสตร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา อาจารย์สอนภาษา นักแปล ล่าม มัคคุเทศ แอร์โฮสเตส นักจิตวิทยา นักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี บรรณารักษ์ นักปรัชญา เลขานุการ ช่างฝีมืองานคหกรรม นักพัฒนาชุมชน นักสารสนเทศและไอที ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา ทำงานด้านโรงแรม

คณะเศรษฐศาสตร์

โบรกเกอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน นักวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของลูกค้า ที่ปรึกษาทางการเงิน ทำงานเกี่ยวกับหุ้นและตลาดหุ้น นักลงทุน อาจารย์และนักวิชาการทาง ด้านเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ และนักเศรษฐศาสตร์ประจำหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนต่างๆ

คณะนิติศาสตร์

ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา นิติกร ฝ่ายกฎหมายภายในบริษัท ที่ปรึกษาทางกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัด

คณะบัญชี

นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี นักวางแผนต้นทุน นักวิเคราะห์ต้นทุน นักวิเคราะห์และจัดวางระบบบัญชีด้วยคอมพิวเตอร์ นักเขียนโปรแกรมทางบัญชี

คณะบัญชี

9 อันดับ คณะที่มีผู้สนใจสมัครมากที่สุด ปี 2559

คณะการบัญชีและการจัดการ , คณะพยาบาลศาสตร์ , คณะบริหารธุรกิจ , คณะนิติศาสตร์ , คณะวิทยาศาสตร , คณะเกษตรศาสตร์ , คณะแพทยศาสตร์  , คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ … ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเทรนด์การเลือกเรียนแตกต่างไปจากเดิมบ้างแล้ว ที่เมื่อก่อนนั้นอย่างคณะนิเทศฯ จะมีคนเลือกสมัครเป็นอันดับต้นๆ ตอนนี้กลายเป็นในแง่ของคณะบริหาร การจัดการจะได้รับความนิยมมากกว่า



ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย



ม. 6 ต้องรู้ TCAS คืออะไร เพื่อเตรียมพร้อมสู่มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปทำความเข้าใจกับ “TCAS" ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย อยากให้เปรียบตัวเองเป็นตัวละครในเกมที่จะต้องวิ่ง เดิน กระโดด เก็บพลังให้ตัวใหญ่ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เหมือนการเล่นเกมในชีวิตที่เราจะต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งกว่าจะผ่านแต่ละด่านได้ ถ้ามีคู่มือการเล่นเกม มีสูตรลัดก็จะช่วยให้เกมเดินไปถึงเส้นชัยได้เร็วขึ้นนั่นเอง คู่มือนี้ก็เช่นกันจะช่วยให้เพื่อน ๆ ผ่านด่านเข้ามหาวิทยาลัย ไม่พลาดคณะในฝันแน่นอน พร้อมแล้วก็ออกสตาร์ทเลย

 


 อาวุธสำคัญในระบบ TCAS

1. วุฒิการศึกษา

จะได้มาหลังจากที่เรียนจบ ม. 6 หรือในระบบการศึกษาอื่น ๆ หรือเทียบเท่า* ม. 6

*เทียบเท่า = ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาเทียบเท่า ม. 6 นั่นก็คือ กศน. และปวช.


2. GPAX

หรือเกรดเฉลี่ยสะสม เป็นอาวุธที่จะต้องเหลาให้คมเพราะช่วยให้ด่านต่อไปง่ายขึ้น การนำเกรดไปใช้ในแต่ละด่านโดยทั่วไปมีทั้งกำหนดเกรดขั้นต่ำและไม่กำหนด หากกำหนดก็จะกำหนดใช้เกรดเทอม 4, 5 หรือ 6 แล้วแต่โครงการ

- เกรดเฉลี่ยสะสม 4 ภาคเรียน คือ ม. 4 และ ม. 5

- เกรดเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียน คือ เกรด ม. 4, ม. 5 และ ม. 6 เทอม 1

- เกรดเฉลี่ยสะสม 6 ภาคเรียน คือ เกรด ม. 4, ม. 5 และ ม. 6

 

3. คุณสมบัติเฉพาะกลุ่ม

การรับตรง/โควตาเฉพาะพื้นที่ เฉพาะภูมิภาค มักจะกำหนดว่ามีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น หรือเคยผ่านโครงการนี้มาแล้ว แนะนำว่าควรอ่านคุณสมบัติให้ละเอียดจะได้ไม่พลาดโอกาสในการใช้สิทธิ์พิเศษต่าง ๆ ในจุดนี้


4. พลังวิเศษ

การเล่นเกมใคร ๆ ก็พึ่งพาการ์ดพิเศษอันนี้ คือความสามารถพิเศษที่โดดเด่น เช่น เล่นดนตรี เล่นกีฬา ฯลฯ เพราะทักษะเหล่านี้สามารถทำให้เราผ่านด่านได้ง่ายขึ้น แต่หากไม่มีการ์ดนี้ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะก็ยังสามารถถึงเส้นชัยได้

 

5. ความรู้

คือสิ่งที่แต่ละคนสั่งสมมาและมีไม่เท่ากัน บางคนชอบวิชาวิทยาศาสตร์มาก บางคนชอบวิชาภาษาอังกฤษ ก็จะถนัดในวิชาที่ชอบแต่จะไม่สนใจและไม่ถนัดวิชาที่ไม่ชอบเลย แต่ก็มีคนที่ถนัดทุกวิชา ซึ่งอันนี้เป็นข้อได้เปรียบ ฉะนั้นเราต้องตั้งใจเรียนทำความเข้าใจวิชาเรียนหลัก ๆ ไว้ด้วยนะ


 6. Portfolio

แฟ้มสะสมอาวุธทั้งหมดของเรา การสอบสัมภาษณ์ทุกครั้งแฟ้มสะสมผลงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นการแนะนำตัวโชว์ผลงานเด่น ๆ ให้แก่คณะกรรมการได้เห็นว่าเรามีความสามารถทางด้านนี้มากแค่ไหน อาวุธของเรามีพลังมากพอที่จะผ่านด่านไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นเองจะสามารถสะสมประการณ์ให้ตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน

คุณสมบัติพร้อม อาวุธครบ ก็เริ่มด่านแรกกันเลย Let’s go !

 

ด่านแรก TCAS รอบที่ 1 Portfolio

รอบนี้ไม่มีการสอบ ไม่ใช้คะแนน O-NET, GAT/PAT 9, วิชาสามัญ ใช้แค่ Portfolio โดยจะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครไว้แบบเฉพาะเจาะจง เช่น ความสามารถะพิเศษ ทักษะความสามารถด้านต่าง ๆ กีฬา ดนตรี เป็นต้น เพราะฉะนั้นลองตรวจสอบดูว่าเรามีคุณสมบัติตรงตามโควตาประเภทใดหรือไม่ ถ้ามีและเป็นคณะหรือสาขาที่สนใจ อย่ารอช้า รีบยื่น Portfolio ของเราไปเลย

 

การรับสมัคร : มหาวิทยาลัยเปิดรับเอง มีเปิด 2 ครั้ง

ครั้งที่ 1 เน้นโครงการความสามารถพิเศษด้านต่าง ๆ การทำกิจกรรมต่าง ๆ ผลการเรียนดี เป็นต้น

ครั้งที่ 2 เน้นโครงการความสามารถทางภาษา โครงการหลักสูตรนานาชาติ จะเปิดในรอบ 1/2 เยอะมาก

เหมาะกับผู้สมัคร : นักเรียนมีความสามารถพิเศษ

ช่วงรับสมัคร :

ครั้งที่ 1 เดือนตุลาคม

ครั้งที่ 2 เดือนธันวาคม

หลังจากประกาศผล ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์ ทั้ง 2 ครั้ง


ด่านสอง TCAS รอบที่ 2 โควตา มีการสอบ

รอบนี้สำหรับนักเรียนภูมิภาค ไม่ใช่รอบสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ การคัดเลือกบางที่ใช้ Portfolio และมีการสอบข้อเขียนเพิ่มเข้ามาด้วย เพื่อวัดความถนัด เช่น สอบความรู้ด้านทัศนศิลป์ หรือทักษะอื่น ๆ และบางที่ยังกำหนดใช้คะแนน O-NET, GAT/PAT 9, วิชาสามัญ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด


การรับสมัคร : มหาวิทยาลัยเปิดรับเอง

โครงการที่เปิดรับ : โควตาภาค โควตาโรงเรียนเครือข่าย โควตาพื้นที่ เป็นต้น

เกณฑ์การคัดเลือก : มหาวิทยาลัยกำหนดเอง

เหมาะกับผู้สมัคร : นักเรียนภูมิภาค

ช่วงรับสมัคร : เดือนธันวาคม

หลังจากประกาศผล ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์


ด่านสาม TCAS รอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน

รอบนี้สำหรับนักเรียนทั่วประเทศ และนักเรียนที่อยากเข้า กสพท มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเปิดรับสมัครพร้อมกันผ่านระบบกลางของ ทปอ. ให้นักเรียนเลือกสมัครได้สูงสุด4 คณะ/สาขา โดยไม่มีอันดับ ไม่ต้องเรียงลำดับคะแนนสูง-ต่ำ สาขาไหนอยู่ก่อนอยู่หลังไม่มีผลต่อการคัดเลือก และมีโอกาสสอบติดมากกว่า 1 อันดับ แต่สำหรับ กสพท เลือกอันดับย่อยได้อีก 4 สาขา

 

การรับสมัคร : สมัครผ่านระบบของ ทปอ.

เกณฑ์การคัดเลือก : ใช้คะแนน O-NET, GAT/PAT, 9 วิชาสามัญ มหาวิทยาลัยกำหนดเอง

เหมาะกับผู้สมัคร : นักเรียนทั่วไป

ช่วงรับสมัคร : เดือนพฤษภาคม

หลังจากประกาศผล ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์

 

รอบที่ 3.5

เป็นการเปิดรับนอกรอบของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเท่านั้น จะดำเนินการเปิดรับสมัครหลังจากรอบที่ 3 เสร็จสิ้นแล้ว และหลังจากประกาศผล ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์


ด่านสี่ TCAS รอบที่ 4 Admissions

รอบนี้สำหรับนักเรียนทั่วประเทศ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเปิดรับสมัครพร้อมกันผ่านระบบกลางของ ทปอ. ใช้เกณฑ์การคัดเลือก ค่าน้ำหนัก ตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า นักเรียนสามารถสมัครได้ 4 สาขาวิชา แบบมีลำดับ คือต้องเปรียบเทียบคะแนนต่ำสุดของปีก่อน และมีโอกาสติดแค่ที่เดียว

 

การรับสมัคร : สมัครผ่านระบบของ ทปอ.

เกณฑ์การคัดเลือก : ใช้คะแนน O-NET GAT/PAT

เหมาะกับผู้สมัคร : นักเรียนทั่วไป

ช่วงรับสมัคร : เดือนมิถุนายน

 

ด่านสุดท้าย TCAS รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ

มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงเพิ่มเติมได้เองอิสระ หลังแอดมิชชั่น

 

การรับสมัคร : มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเอง

ช่วงรับสมัคร : กรกฎาคม

 

**รอบที่ 4 -5 ไม่ต้องยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์

 

ก่อนผ่านด่านเพื่อมุ่งสู่มหาวิทยาลัย เราต้องเคลียริงเฮาส์

การยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบเคลียริงเฮาส์ จะทำให้โดนตัดสิทธิ์ในรอบต่อ ๆ ไป ยกเว้นจะไปแจ้งสละสิทธิ์กับทางมหาวิทยาลัยและได้รับสิทธิ์คืนก่อนการเปิดรับสมัครรอบต่อไป ถึงจะสมัครรอบใหม่ได้

 

ด่านต่าง ๆ ไม่ได้ยากเกินหากเราเตรียมตัวเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ การเล่นเกมเราต้องวางแผน แก้ปัญหา ตลอดเวลาเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย และเคลียร์ เกมในชีวิตจริงก็เช่นกัน

 

เตรียมตัวสอบ

GAT/PAT สอบเดือนกุมภาพันธ์

O-NET สอบเดือนมีนาคม

9 วิชาสามัญ สอบเดือนมีนาคม

ข้อสอบตรง มหาวิทยาลัยกำหนดเอง เช่น วิชาเฉพาะแพทย์ กสพท สอบเดือนมีนาคม


...................................................................................................................................


ระบบการเรียนเรียนในปัจจุบัน


  เนื่องจากการเรียนในปัจจุบันมีการอัตราแข่งขันค่อนข้างสูงในทุกระดับชั้น จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ มหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มเปิดโรงเรียนสาธิตตั้งแต่ระดับชั้นป.1 เพื่อพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน  ซึ่งนักเรียนทั่วไปโดยส่วนใหญ่จะเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนในระดับชั้นป.6 เนื่องจาก  ตามที่ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้กำหนดการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


O-NET คือ แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน จัดสอบเพื่อวัดผลทางการศึกษาของนักเรียนทั่วประเทศ (สอบด้วยข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศ) จะบังคับสอบสำหรับนักเรียน  ม.6 , ม.3 , ป.6 และป.3
การสอบ O-NET สามารถ สอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น   
ถ้าเป็นเด็กที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจะสมัครให้

คะแนน O-NET สามารถนำไปใช้ได้ตลอดกาล ( ก็เพราะสอบได้รอบเดียว )


สอบเข้าม.1 และ ม.4


โครงการพิเศษ Gifted


Gifted คืออะไร?
      คือ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์  ที่จะเปิดรับนักเรียนแค่ไม่กี่คน (ประมาณห้องละ 36 คนทั้งม.1และม.4) ที่จะเน้นไปทางทักษะด้านวิทย์คณิตของนักเรียน
     Giftedแท้ คือเด็กนักเรียนที่เรียน Gifted ตั้งแต่ม.1 ถึงม.6 ถือว่าเป็นเด็ก Giftedแท้ เพราะถูกปูพื้นฐานตั้งแต่ม.1  โดย Gifted กับ ห้องเรียนธรรมดาต่างกันตรงกันตรงที่เนื้อหาจะไม่เหมือนกัน คือ Gifted เขาจะเรียนลึกกว่าสายวิทย์คณิต นักเรียนที่เรียนห้องนี้เรียนเพื่อสอบแข่งขันต่างๆ อาทิ สอวน.ในแขนงวิชาต่างๆ ส่วนห้องเรียนธรรมดาก็เรียนหลักสูตรตามปกติ


โครงการพิเศษ English Program (EP)

     โครงการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษหรือที่ได้ยินกันในชื่อ English Program เป็นโครงการของโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ความสามารถและทักษะ ทางภาษาของผู้เรียน หรืออาจเรียกว่าโรงเรียนสองภาษา และในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนต้องคำนึงถึงความสามารถพื้นฐานในการใช้ ภาษาของผู้เรียน การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันดีงาม ตลอดจนการเรียนการสอนในบริบทของความเป็นผสมผสานกับความเป็นสากล สำหรับรูปแบบการจัด สามารถทำได้ 2 แบบ คือ English Program (EP) และ Mini English Program (MEP) ซึ่งมีความแตกต่างกัน คือ EPจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษได้ทุกวิชา ยกเว้นภาษาไทยและสังคมศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย กฎหมายไทย ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ส่วน MEP สอนได้ไม่เกิน ๕๐% ของชั่วโมงสอนทั้งหมดต่อสัปดาห์ 
คำว่า 
English Program เป็นคำที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดขึ้นเพื่อ อธิบายรูปแบบการจัดการศึกษาประเภทหนึ่ง โดยมีชื่อภาษาไทยว่า "การจัดการ เรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ"


 topgeniusclub.com 
Call Center 086-3037969

 
เว็บสำเร็จรูป
×